ตอนทำงานฝ่ายขายชิ้นส่วนยานยนต์ก็ได้เดินโรงงานมาบ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็เน้นไปทางงานพลาสติก เพราะต้องใช้ชิ้นส่วนประกอบกัน ส่วนตัวก็ชอบเดินดูโรงงานอยู่แล้ว ชอบดูกระบวนการผลิต ยากจะจินตนาการได้ว่าครั้งหนึ่งในชีวิตจะมีโอกาสได้เดินสำรวจธุรกิจที่หลากหลายมากมาย งานวิศวกรรมความเสี่ยงภัยนี่แหละครับ ที่ทำให้ผมเปิดโลกอย่างแท้จริง เมื่อได้รับมอบหมายให้สำรวจภัย ก็เริ่มทำการนัดหมาย ส่งกำหนดการและขอบเขตการสำรวจให้ลูกค้าทราบ ว่ามีเรื่องอะไรบ้าง มีใครต้องเข้าร่วมบ้าง และต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง ที่ขาดไม่ได้คือการตรียมตัวก่อนไปครับ หาข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้า กระบวนการที่เกี่ยวข้อง หากว่าเป็นการสำรวจภัยครั้งแรกหรือไม่เคยสำรวจมาก่อน ก็ทำงานกันหนักหน่อย มีเวลา 1 วัน ก็ต้องทำให้เกิดประโยชน์มากที่สุด
Category: Risk Engineer
Risk Engineer EP5. เรียนรู้และประมาณตน
มีประโยคหนึ่งที่คอยเตือนใจผมอยู่ตลอดเวลา “ระวังติดกับดักความคิดของตัวเอง” เป็นคำพูดของพี่คนหนึ่งที่ทำงานด้วยกันเมื่อนานมาแล้ว พูดเตือนสติผมในวัยที่มั่นใจในตัวเองมาก เป็นช่วงเวลาทำงานที่ตัดสินใจได้อย่างเต็มที่ และกำลังมั่นใจสุด ๆ แล้วก็ได้ผลครับ กลับมาสู่โลกแห่งความจริงทันที ผมยกประโยคนี้ขึ้นมา เพราะว่าผมกำลังจะทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว ตาบอด หูดับ ความมั่นใจที่มีมันบดบังสิ่งรอบข้างให้ดูเล็กลงไปหมด จนมองข้ามสิ่งสำคัญและมีโอกาสทำผิดพลาดได้ง่ายมาก โดยที่ไม่รู้ตัว
Risk Engineer EP4. การค้นหาความเสี่ยง ต้องค้นหาความจริง
ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย ความจริงไม่เคยโกหก ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น ชอบดูซีรีย์สืบสวนสอบสวนมั้ยครับ CSI Miami จุดประกายทำให้ผมมองเรื่องการสังเกต การค้นหาหลักฐาน และการอย่าด่วนสรุปจากสิ่งที่เห็น จนกว่าจะพิสูจน์ความจริงได้ทั้งหมด
Risk Engineer EP3. หน้าที่ที่ต้องทำ
หน้าที่ของวิศวกรความเสี่ยงภัย มีอยู่สองหน้า คือ หน้าที่ฝั่งประกันภัยกับหน้าที่ฝั่งลูกค้าหรือผู้เอาประกันภัย หน้าที่แรกเพื่อประเมินความเสี่ยงก่อนส่งต่อให้ทีมภายในเพื่อพิจารณารับประกันภัย อีกหน้าที่เพื่อให้ลูกค้าปลอดภัย เพิ่มความตระหนักเรื่องความเสี่ยงในการดูแลกิจการ สุดท้าย ก็เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายใด ๆ อันจะส่งผลกระทบทั้งสองฝ่าย ประกันภัยก็ว่าไปตามความคุ้มครอง แต่กิจการลูกค้านี่สิครับ ผลกระทบมากมายหลายด้านยิ่งนัก เกินจะคาดเดา
Risk Engineer EP2. งานในฝัน ที่ไม่รู้ว่าตัวเองฝัน ถ้าไม่กล้าที่จะเปิดโลกใบใหม่
การหางานในฝัน ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะถ้าไม่ได้ลงมือทำ ถึงจะจินตนาการไว้ว่าต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ แต่ผมว่าส่วนใหญ่จะเป็นการตอบสนองวิถีการใช้ชีวิตมากกว่า โดยเฉพาะกับคำว่า work life balance ที่ใฝ่ฝันกัน พอผ่านมาถึงอีกหนึ่งช่วงเวลา ก็เริ่มจะมองที่ลักษณะงานแทน พองานมันวนเวียนอยู่ที่เดิม ก็อาจจะเริ่มมองหาความท้าทายใหม่ ก็แล้วแต่คนครับ