ตอนทำงานฝ่ายขายชิ้นส่วนยานยนต์ก็ได้เดินโรงงานมาบ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็เน้นไปทางงานพลาสติก เพราะต้องใช้ชิ้นส่วนประกอบกัน ส่วนตัวก็ชอบเดินดูโรงงานอยู่แล้ว ชอบดูกระบวนการผลิต ยากจะจินตนาการได้ว่าครั้งหนึ่งในชีวิตจะมีโอกาสได้เดินสำรวจธุรกิจที่หลากหลายมากมาย งานวิศวกรรมความเสี่ยงภัยนี่แหละครับ ที่ทำให้ผมเปิดโลกอย่างแท้จริง
เมื่อได้รับมอบหมายให้สำรวจภัย ก็เริ่มทำการนัดหมาย ส่งกำหนดการและขอบเขตการสำรวจให้ลูกค้าทราบ ว่ามีเรื่องอะไรบ้าง มีใครต้องเข้าร่วมบ้าง และต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง ที่ขาดไม่ได้คือการตรียมตัวก่อนไปครับ หาข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้า กระบวนการที่เกี่ยวข้อง หากว่าเป็นการสำรวจภัยครั้งแรกหรือไม่เคยสำรวจมาก่อน ก็ทำงานกันหนักหน่อย มีเวลา 1 วัน ก็ต้องทำให้เกิดประโยชน์มากที่สุด
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพอเริ่มสำรวจภัยจะใส่ ตูม ตูม อย่างเดียวนะครับ ยังไงก็ต้องฟังลูกค้ามาเป็นอันดับหนึ่ง สังเกตการณ์มีส่วนร่วม การให้ข้อมูล การลงพื้นที่ก็เปิดโสตประสาทอย่างเต็มที่ เพื่อสังเกตสิ่งผิดปกติ อย่างที่เคยเขียนไว้ใน EP4 หาไม่แล้ว แทนที่จะได้ทั้งงานได้ทั้งใจลูกค้า ก็ได้งานเพียงอย่างเดียว หากมีโอกาสสำรวจภัยกับลูกค้าเดิมในครั้งต่อไป การได้พูดคุยด้วยบรรยากาศแบบกันเองย่อมดีกว่าแน่นอน
ด้วยการทำงานในลักษณะแบบนี้ ทั้งการฟัง การพูด การเตรียมตัว การสังเกต การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า จึงเป็นการฝึกนิสัยและทักษะการทำงานที่สามารถปรับใช้ได้กับงานอื่นได้เป็นอย่างดี
ในยามที่ออกสำรวจภัยอาจจะเจอกับอีกหนึ่งสถานการณ์คือ การออกสำรวจภัยร่วมกับวิศวกรหรือหน่วยงานประกันภัยจากบริษัทอื่น ซึ่งผมเคยมากถึง 20 คนในงานเดียว คงไม่ง่ายแน่ หากว่าต้องถามกันทุกคน และเหมือนกันทุกคน ลูกค้าอาจจะงงว่าทำอะไรกันอยู่ จึงเกิดกลยุทธ์วางตัวหลักเพื่อถาม ส่วนคนอื่นจะคอยเสริม ตอนเริ่มทำงานใหม่ ๆ ก็สบายครับ นั่งฟังพวกพี่ ๆ แต่พอนานเข้าก็ต้องนำน้อง ๆ บ้าง สลับกันตามกาลเวลา
อีกหนึ่งทักษะที่ต้องมีเลยคือ การคุมจังหวะสำรวจภัย ไม่มีงานไหนราบรื่น ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าตลอดเวลา คนเยอะ คำถามแยะ จะคุมเกมยังไงให้ได้ทั้งข้อมูลและไม่เกินเวลา บางครั้งต้องเบรคกันกลางอากาศเลยก็มี ไม่งั้นไม่จบหรืออาจจะเลยเถิดไปเรื่องอื่นแบบกู่ไม่กลับ เพราะแต่ละคนบุคลิกการถามข้อมูลและลำดับวิธีคิดแตกต่างกัน ต้องยอมรับและแก้ปัญหากันไปครับ
มีครั้งหนึ่งต้องออกสำรวจกับวิศวกรจากต่างชาติบริษัทเดียวกันนี่แหละครับ งานนี้งานใหม่ ไปสำรวจเพื่อหาข้อมูลประกอบเสนอราคา ลูกค้าก็ตั้งป้อมรอเลย ว่ารอบนี้จะโดนจับผิดอะไรบ้าง ผมก็คิดว่าทำยังไงให้บรรยากาศมันเบาลง พอเริ่มไปสักพักก็สังเกตได้ว่า วิธีการถามแบบเจาะรายละเอียดของเพื่อนชาวต่างชาติขิงผมลูกค้าไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ ผมเลยวางตัวเป็นผู้แปลและสื่อสารในแบบที่ง่ายขึ้นและบอกเหตุผลว่าถามไปเพราะอะไร ลูกค้าได้ประโยชน์อะไรจากคำถาม ส่วนระหว่างเดินก็พยายามวางตัวให้ลูกค้ารู้สึกว่าเราอยู่ข้างลูกค้า ตอนจบก็สวยงามครับ ได้งานอย่างที่ตั้งใจ
เมื่อออกทำงาน เราก็เป็นดั่งตัวแทนบริษัทที่แบกชื่อไว้บนบ่า เป็นหน้าเป็นตา ไม่ว่าพูดหรือทำอะไร โดยเฉพาะการเจอกับคนที่ไม่รู้จักกันมาก่อน ชื่อบริษัทจะถูกจดจำง่ายกว่า ดังนั้นในหนึ่งวันที่ทำงานเมื่อใช้อย่างคุ้มค่า ก็สามารถสร้างความประทับใจให้ลูกค้า รักษาได้ทั้งชื่อบริษัทและชื่อตนเองไว้บนเส้นทางที่ดีได้ครับ
Risk Engineer The Series