Reduce Risks | Minimize Loss | Resilient Business

Search

6.9 ไฟฟ้าดับ | Power shortage

หากว่าน้ำคือชีวิต ไฟฟ้าก็เป็นหนึ่งในพลังงานขับเคลื่อนชีวิต ที่ขาดไม่ได้เช่นกัน นอกจากว่าอยากอยู่กับธรรมชาติจริง ๆ ที่ไม่ต้องพึ่งพาพลังงานไฟฟ้าเลย แต่หากว่าเรายังไปไม่ถึงขั้นนั้น รอบตัวเราก็คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องเกี่ยวดองหนองยุ่งกับไฟฟ้า หนึ่งในนวัตกรรมที่เปลี่ยนโลก

ปัจจุบันธุรกิจขับเคลื่อนด้วยข้อมูลมากมายมหาศาล วิ่งผ่านระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นศูนย์กลางข้อมูล แลกเปลี่ยน ส่งต่อ สร้างการผลิตอัตโนมัติ การสื่อสารที่ไร้ขีดจำกัด ทั้งหมดนี้ดำรงอยู่ได้ตราบเท่าที่ยังมีไฟฟ้าสนับสนุนให้ระบบทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ความเสี่ยงหลักของเรื่องนี้คือไฟฟ้าดับ ซึ่งแทบจะหยุดทกอย่างได้ในทันที

มาพูดถึงสาเหตุไฟฟ้าดับกันก่อน เกิดขึ้นได้ทั้งจากภายใน ไล่กันตั้งแต่ต้นทางคือ คุณภาพของอุปกรณ์ การติดตั้งไม่ได้มาตรฐาน การใช้งานที่ไม่ถูกต้อง อุบัติเหตุ แล้วจบที่การบำรุงรักษาที่ไม่มีประสิทธิภาพ ส่วนสาเหตุจากภายนอก ก็เหมือนกับสาเหตุภายใน แต่เกิดขึ้นจากภายนอกแล้วสร้างผลกระทบต่อระบบภายในองค์กร เช่น หม้อแปลงระเบิด ต้นไม้ล้มพาดสายไฟขาด เป็นต้น

ต่อกันด้วยผลกระทบที่เกิดขึ้น มากน้อยแล้วแต่ว่ากระบวนการของธุรกิจนั้นพึ่งการะบบไฟฟ้ามากแค่ไหน ผมว่าการวิเคราะห์เรื่องนี้แทบจะเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานในชีวิตประจำวันไปแล้ว ความตระหนักถูกปลุกฝังและเรียนรู้จากประสบการณ์กันมาพอสมควร แต่ละองค์กรจึงมีแนวทางจัดการที่เหมาะสมกับตัวเองอยู่แล้ว เพื่อให้ธุรกิจได้ดำเนินต่อไปโดยเกิดผลกระทบน้อยที่สุด

ผมให้ข้อสังเกตอยู่ 3 เรื่องเกี่ยวกับระบบไฟฟ้าคือ

หม้อแปลงมีเพียงพอจ่ายไฟ และมีโหลดจ่ายเพียงพอ หากมีปัญหา สามารถมีหม้อแปลงตัวอื่นจ่ายไฟสำรองได้

มีเครื่องปั่นไฟกรณีฉุกเฉินเพื่อจ่ายไฟสำรองเข้าระบบ เพื่อลดโอกาสที่กระบวนการต่าง ๆ จะหยุดชะงัก

มีแผนการบำรุงรักษาที่เหมาะสมกับอุปกรณ์และการใช้งาน ตัวไหนทำงานหนักก็ดูแลมากหน่อย เป็นธรรมดา

อุปกรณ์ไฟฟ้าบางตัวใช้มานานอะไหล่หายาก จนสุดท้ายหาไม่ได้ก็ต้องดัดแปลงหรือเปลี่ยนเครื่องใหม่ ซึ่งต้องใช้งบประมาณมากขึ้นไปอีก กรณีนี้แก้ได้โดยการวางแผนการบำรุงรักษาที่ดีครับ วางงบประมาณให้เหมาะสม เปลี่ยนอุปกรณ์เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม จะลดปัญหาที่คาดมถึงได้เยอะครับ

อุปกรณ์ที่ใช้มานาน ประสิทธิภาพย่อมลดลงเป็นธรรมดา ในมุมของผู้ประกอบการก็มองว่ายังใช้ได้ แต่ในมุมของประกันแล้ว หากว่าการบำรุงรักษาไม่ถึง ก็ต้องลุ้นว่าจะเกิดความเสียหายเมื่อไหร่ ตรงจุดนี้แหละครับ อาจจะไม่ใช่แค่ทรัพย์สินเสียหาย แต่อาจหมายถึงธุรกิจหยุดชะงักได้เลย

ตัวอย่างความเสียหายจากอุปกรณ์เก่าที่ใช้กันมานานคงพอมองเห็นภาพ ลองดูกรณีศึกษาอุปกรณ์ใหม่กันดีกว่า มีความเสี่ยงไม่แพ้กันครับ ลองดูมุมเหล่านี้

> เทคโนโลยีทันสมัยมาก จนไม่มีข้อมูลทีเพียงพอว่าระยะยาวจะมีปัญหาอะไรบ้าง…ต้องลุ้นกันยาว ๆ

> อะไหล่หายาก ต้องจากผู้ผลิตเท่านั้น แต่ระยะเวลาทดแทน 6 เดือน….รอกันไหวมั้ยครับ

> ผู้เชี่ยวชาญต้องจากผู้ผลิตเท่านั้น ยังไม่มีใครแก้ได้ ทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายสูงลิบ…เตรียมงบกันไว้หรือยังครับ

สิ่งที่ตามมาคือแผนการบำรุงรักษาที่เหมาะสม งบประมาณที่เพียงพอ และสำคัญที่สุด แผนรองรับหากว่าอุปกรณ์เหล่านี้เสียหาย มองให้รอบด้านครับ แก้ปัญหากันแต่เนิ่น ๆ

ผมอยากฝากคำถามไว้สักหนึ่งชุด เพื่อเป็นแนวทางในการวางแผนรับมือเรื่องไฟฟ้าดับครับ

(?) ไฟฟ้ารับมาจากที่ไหน เสถียรหรือไม่

(?) หม้อแปลงที่ตัวไหนที่เป็นตัวสำคัญ มีตัวเดียวที่ต้องพึ่งพาหรือไม่

(?) เครื่องปั่นไฟสำรอง ออกแบบจ่ายไประบบไหนบ้าง ปกป้องอุปกรณ์สำคัญและชีวิตคนได้ใช่หรือไม่ เช่น จ่ายให้ระบบสัญญาณเตือนภัย แสงสว่าง ระบบความปลอดภัย เป็นต้น

(?) ห้องไฟฟ้ามีการออกแบบอย่างเหมาะสม ควบคุมการเข้าออกเป็นอย่างดี อยู่กระจายตามพื้นที่ไม่มีกระจุกให้ต้องลุ้นถึงความเสียหายลุกลามต่อเนื่อง

(?) ระบบป้องกันความปลอดภัยของระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์ติดตั้งอย่างเหมาะสมและมีการตรวจสอบทดสอบสม่ำเสมอ

(?) ระบบดับเพลิงมีการติดตั้งอย่างเหมาะสม และดูแลรักษาเป็นอย่างดี

(?) พนักงานที่ทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้า มีความรู้ ความเชี่ยวชาญที่เหมาะสม

ออกแบบดี ติดตั้งดี ใช้งานดี ดูแลดี มีแผนรองรับดี ก็ลดความเสี่ยงเรื่องไฟฟ้าดับและผลกระทบที่จะตามมาได้ครับ

We help you reduce risks. minimize loss. continue business.