ทำไมต้องพิเศษ?
ก็คงเพราะระบบการทำงานที่ซับซ้อน ดับไฟได้เร็ว แถมยังต้องดูแลเป็นพิเศษสมชื่อ ไม่ได้ชวนมองในแง่ร้ายนะครับ ทุกอย่างออกแบบมาเพื่อจุดประสงค์ที่ดีทั้งนั้น แต่ด้วยความพิเศษก็เลยต้องดูแลเป็นพิเศษ
FM200, NOVEC, Inert Gas, CO2 หรือชื่ออะไรก็ที่รู้จักกัน ต่างก็มีจุดประสงค์เดียวกันคือดับไฟ ชวนย้อนไปมองภาพใหญ่การเกิดขึ้นของไฟก่อน จะได้เข้าใจการดับไฟ
ไฟเกิดจาก 3 องค์ประกอบคือ ความร้อน เชื้อเพลิง และออกซิเจน ตัดอะไรบางอย่างออกไปได้ ไฟก็ดับ เป็นกรอบให้การวิเคราะห์ง่ายขึ้น
ระบบดับเพลิงพิเศษนี้ก็เช่นเดียวกัน ตัดเชื้อเพลิงคงยาก โดยมากจะตัดไม่ความร้อนก็ออกซิเจน โดยการออกแบบจะมีเงื่อนไขสำคัญดังนี้
ถ้าระบบทำงาน จะปล่อยแก๊สหมดถังแบบไม่มีกั๊ก เพราะฉะนั้น ถ้ามีน้อยไป ก็ไม่เพียงพอที่จะลดปริมาณออกซิเจนในอากาศได้ ไฟก็ไม่ดับ มากไปก็ไม่ได้ แรงดันในห้องอาจจะเกินได้ ห้องจะพังแทน
โดยส่วนใหญ่จะใช้สัญญาณจับควันเป็นสัญญาณแรก ส่วนสัญญาณจับความร้อนเป็นตัวยืนยันว่าเกิดเหตุจริง แล้วระบบค่อยสั่งการฉีดแก๊สดับไฟ เพราะไฟไหม้จะเกิดควันก่อนเสมอ
ตรงตัวเลยคือให้คนปลอดภัย อย่าได้อยู่ในห้อง ถึงแม้ว่าบางระบบจะปลอดภัยต่อคน แต่ผมว่า ยังไงคนอพยพออกมาก่อนน่าจะดีที่สุด
เช่นห้องเซิร์ฟเวอร์ ห้องคอมพิวเตอร์ ห้องควบคุมหลักที่สั่งการทั้งโรงงาน ห้องไฟฟ้า เป็นต้น เพราะต้องดับเพลิงให้เร็วที่สุด เสียหายน้อยที่สุด และฟื้นฟูได้เร็วที่สุด เสียหายเยอะ หยุดนาน ธุรกิจก็เสียหายมากเช่นกัน
ระบบต้องการห้องปิดเพื่อเก็บแก๊สไว้อีกประมาณ 10 นาที เพื่อมั่นใจว่าไฟดับแล้ว ดังนั้น มาตรฐานการออกแบบจะยอมให้มีช่องเปิดได้เพียงเล็กน้อยโดยไม่มีผลต่อประสิทธิภาพของการดับไฟ
แล้วปัญหาที่เจอเวลาสำรวจภัยคืออะไร
ทำให้เก็บแก๊สไม่อยู่ ประสิทธิภาพการดับไฟก็ลดลง หรืออาจจะดับไม่ได้เลย แก๊สที่ปล่อยออกมามีแรงดันครับ ถ้าไม่รูรั่วมันก็จะไหลออกไปอย่างรวดเร็ว จุดบอดที่มักจะถูกมองข้ามคือ ช่องแอร์ ช่องเติมอากาศ กับประตูที่ไม่ได้ปิดอัตโนัติครับ ถ้าไม่ได้ออกแบบให้มีแผ่นปิดอัตโนมัติเมื่อระบบดับเพลิงทำงาน ก็จบ…
โดยเฉพาะมีการต่อเติม แต่ระบบดับเพลิงไม่ปรับตาม ก็ตามนั้นครับ
มีระบบก็ต้องดูแล เพรามมีอะไรอยู่คงทนถาวรแบบติดตั้งครั้งเดียวใช้ได้ไปตลอดแบบไม่ต้องดูแล ปริมาตรห้องต้องคอยตรวจสอบด้วยการทดสอบ fan door test ขอทับศัพท์นะครับ แปลไทยอาจจะยิ่งงง ระบบการทำงานก็ต้องตรวจสอบและทดสอบ ว่ายังสั่งการได้ตามปกติหรือไม่ ทดสอบปีละครั้ง ค่าใช้จ่ายยังไงก็คุ้มกับมูลค่าความเสียหายที่ประเมินไม่ได้แน่นอนครับ
อุปกรณ์ที่เป็นตัวช่วยให้คนปลอดภัย ควรจะออกแบบให้อยู่ใกล้ทางออกหรือใกล้จุดที่คนงานอยู่ แต่ที่เจอคือบางที่เอาปุ่มหน่วงเวลาติดไว้มุมห้องด้านในสุด หรือเข้าถึงยากมีของมาบัง
ใช่ครับ มีจริง ๆ และเป็นส่วนใหญ่ด้วย สำคัญมากครับที่คนต้องเข้าใจการทำงานของระบบและการปฏิบัติตัวในยามฉุกเฉิน อาจเกิดได้หลายสาเหตุ เช่น เปลี่ยนคนทำงาน แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ยังคงเป็นความรับผิดชอบขององค์กรที่ต้องจัดการอบรมให้คนได้เข้าใจ…แต่จะเป็นใครล่ะ? แผนกช่าง แผนกความปลอดภัย แผนกรักษาความปลอดภัย หรือ หัวหน้างานในพื้นที่เอง? …น่าสนใจนะครับ….
อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ผมว่าคงพอเห็นภาพแล้ว ว่าการสำรวจ สังเกตความผิดปกติ และข้อแนะนำ น่าจะออกมาประมาณไหน ถึงการทำงานของระบบจะซับซ้อน ผมเองก็ไม่ได้เข้าใจทั้งหมดหรอกครับ ต้องอาศัยประสบการณ์มากโขอยู่ และยังคงเรียนรู้เพิ่มเติมในทุก ๆ วัน แต่เรื่องพื้นฐานโดยเฉพาะเรื่องของความปลอดภัย เป็นคำถามพื้นฐานที่ใช้ได้เสมอ
สังเกตและตั้งคำถามให้เป็น ก็ช่วยได้เหมือนกันครับ