วันนี้ไปสำรวจทิพย์โรงงานพลาสติกกันครับ ใครไม่เคยไปก็ลองจินตนาการตามดูนะครับ จะได้เปิดมุมมองเพิ่มมากขึ้น
โรงงานพลาสติกนี่ผมหมายความกว้าง ๆ นะครับ รวมทุกกระบวนการปลายน้ำ ไม่รวมต้นน้ำจากทางปิโตรเคมีนะครับ ขอยกมาสัก 4 ตัวอย่าง
การฉีดพลาสติก (Plastic injection) ได้แก่พลาสติกทั่วไปที่เร้าอามาใช้ ของเล่น จาม ชาม ช้อน ส้อม แผงประตู กล่อง และอื่น ๆ อีกมากมาย จุดสังเกตุคือแนวตะเข็บหรือแนวกระกบแม่พิมพ์
การเป่าพลาสติก (Blow mold plastic) ได้แก่ ขวดน้ำทุกรูปแบบ ขวดเล็ก ขวดใหญ่ ไล่ไปจนถึงถัง 20 ลิตร และที่ใกล้ตัวเอาอีกนิดคือ ถุงพลาสติกครับ เป่าเป็นท่อกลม ๆ พับเข้าด้วยกันแล้วปั๊มออกมาเป็นถุง หรือพับแล้วค่อยตัดคลี่ออกมาเป็นแผ่นฟิล์มก็ยังได้
การผลิตพลาสติกแบบหมุนแม่พิมพ์ (Rotational molding) ใช้ผลิตถังขนาดใหญ่ อย่างถัง IBC, ถังใส่เคมี, ใกล้ตัวเราหน่อยก็ถังเก็บน้ำขนาดใหญ่นั่นแหละครับ ใสพลาสติกในแม่พิมพ์พร้อมกับสารเคมีอื่น ๆ ใช้มอเตอร์หมุนแล้วให้ความร้อน ก็จะได้ถังพลาสติกขนาดใหญ่
รีไซเคิลพลาสติก (Plastic recycle) เป็นการเอาเศษพลาสติกหรือชิ้นงานไม่ผ่านคุณภาพมากลับหลอมฉีดเป็นเส้น ทำให้เย็น แล้วสับเป็นเม็ด กลายเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิลกลับไปใช้ใหม่
การผลิตพลาสติกหาดูได้ในโลกออกไลน์ครับ เปิดหูเปิดตาได้ดี
มาดูองค์ประกอบการผลิตบ้าง เม็ดพลาสติก สารเคมี สี แม่พิมพ์ คนทำงาน เครื่องจักร
ส่วนสนับสนุนก็ ไฟฟ้า ลม น้ำ แอลกอฮอล์เอาไว้ทำความสะอาดชิ้นงานหรือเครื่องจักร ก๊าซ LPG สำหรับเผาเอาเศษพลาสติกที่ติดหัวฉีด น้ำมันหล่อลื่น น้ำมันไฮดรอลิก และอื่นๆ
การะบวนการก็ไม่ซับซ้อน แต่มีสิ่งที่น่าสนใจ ความเสี่ยงหลักคือเรื่องไฟไหม้ เกิดได้จากหลายสาเหตุ ลองดูตัวอย่างกัน
ระบบไฟฟ้า ยังถูกมองเป็นจำเลยอยู่ร่ำไป แต่ก็มองข้ามไม่ได้ ยังไงไฟฟ้าก็เป็นแหล่าความร้อน ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของการเกิดไฟ หากว่าจุดเชื่อมต่อหลวม ต่อสายดินไม่ดี สายไฟสภาพเก่า หลอดไฟความร้อนสูง มีของวางชิดหลอดไฟ ฝุ่นจับเกรอะกรัง มองไปทางไหนก็ไม่สบายตา ก็…มี…โอ…กาส ครับ
จุกเกิดเหตุคือถังไซโลเก็บเม็ดพลาสติกกับท่อที่ใช้ส่งเม็ดพลาสติกเข้าในกระบวนการ เมื่อมีการไหลของเม็ดพลาสติกระหว่างการเติมจากรถขนส่งเข้าถัง หรือส่งเม็ดพลาสติกจากถังผ่านท่อไปที่เครื่อง จะมีไฟฟ้าสถิตเกิดขึ้นที่ผิวของถังหรือท่อโลหะ หากต่อสายดินไม่ดี หรือมีก็ไม่มีการตรวจสอบ ก็เกิดไฟไหม้ได้ครับ
อึกหนึ่งจุดคือห้องพ่นสีครับ โดยมากจะเป็นแบบสีฝุ่น หรือ powder coating เจ้าละอองสีเล็ก ๆ นี่แหละครับ ต้องระวังให้มากเลย
เม็ดพลาสติกจะถูกหลอมก่อนจะถูกเครื่องจักรแปรสภาพเป็นชิ้นงาน ความร้อนที่ใช้หลอมเม็ดพลาสติกก็มาจากเครื่องทำความร้อน หรือว่า Heater อุณหภูมิโดยเฉลี่ยก็ประมาณ 180-200 องศาเซลเซียส เมื่ออุณหภูมิถึงก็ตัด แต่ถ้าไม่ตัดก็ไหม้ ถ้าโรงงานไหนมีทำสีด้วยก็จะมีเตาอบสี จะเป็นเตาอบขนาดใหญ่ เพื่อให้ชิ้นงานที่พ่นสีแล้ว แขวนบนรางแล้วปล่อยเข้าเตาอบ ไหลต่อเนื่องไปจนสีแห้ง ความร้อนอาจจะมาจากไอน้ำ น้ำมันร้อน หรือไฟฟ้าก็แล้วแต่ ประเด็นคือถ้าระบบไม่ตัดความร้อน ก็จบข่าวได้เช่นกัน
ผมเคยเจอครั้งหนึ่ง มีพนักงานเอาเสื้อผ้าที่ใช้งานแล้วไปแขวนตากแห้งไว้ใต้เตาอบ….ก็ว่ากันไปครับ
เมื่อมีเศษพลาสติกติดที่หัวฉีด ก็จะเอา LPG burner คือเป็นถัง LPG ต่อท่อกับหัวเผา จุดไฟ เผาไล่เศษพลาสติกออกมา หลาย ๆ ครั้งมันจะถูกวางไว้ข้างเครื่องจักร เพื่อความสะดวกในการใช้งาน…ถ้ายังอยู่ตรงนี้ แล้วเกิดล้มตึงตังขึ้นมา ก็…
โอกาสไม่มาก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มี สังเกตได้จากน้ำมันนองพื้น แล้วมีผ้าซับน้ำมันกองไว้ โดยเฉพาะน้ำมันไฮดรอลิกที่มีแรงดันสูง หากมีรั่วทีก็จะกระจายเป็นละอองเล็ก ๆ ใครบอกไม่ติดไฟก็ไม่ผิดครับ หากว่าอยู่ในรูปของเหลว แต่เป็นละอองเล็กเมื่อไหร่…ก็เมื่อนั้นแหละครับ ขอแค่ได้รับความร้อนก็เป็นเรื่อง
ชื่อก็บอกแล้วว่าต้องระวังเรื่องจัดเก็บ ขนส่ง นำไปใช้ ความเสี่ยงที่มักจะเจอคือ จัดเก็บไม่ได้มาตรฐาน ขนส่งไม่ปลอดภัย อุปกรณ์ที่ที่แย่งไปใช้ในพื้นที่ไม่เหมาะสม โดยไม่ได้เป็นแบบจุกปกติปิด (อันนี้ผมตั้งให้เอง ถ้าทับศัพท์ก็ safety can) หรือแบบที่หกแล้วไม่รั่วออกมานั่นเอง
เป็นฝุ่นหรือไอของเสียที่เกิดจากการผลิต เหล่านี้จะถูกดูดผ่านท่อที่ติดอยู่บริเวณเครื่องจักร เอาไปรวมกันแล้วบำบัดก่อนปล่อยไอออกสู่บรรยากาศ ส่วนของแข็งก็จะถูกเก็บเพื่อรอกำจัดต่อไป ประเด็นคือท่อเหล่านี้แหละครับมักจะมีเศษพลาสติกเหนียว ๆ คล้าย ไอน้ำมันที่เกาะตามตะแกรงท่อดูด หากว่าติดไฟเมื่อไหร่ก็ลุกลามรวดเร็วและดับยาก เพราะว่าอยู่ในท่อ ความเสี่ยงนี้เน้นมาก ๆ ครับ กับโรงงานรีไซเคิลพลาสติก ฝุ่นเยอะจริง ๆ
ฝุ่นที่มีขนาดเล็ก เมื่อมมีความหนาแน่นในอากาศที่เหมาะสมและได้รับความร้อน ก็เกิดฝุ่นระเบิด ที่เจอกันจะเป็นอุปกรณ์ที่ดูดฝุ่นออกจากพื้นที่ทำงาน หรือที่เราเรียกว่า dust collector ฝุ่นจะถูกดูดออกมาด้วยพัดลมดูดอากาศ เชื้อเพลิงพร้อมแล้ว ส่วนความร้อนก็มาจากไฟฟ้าสถิตหรือไฟช็อตจากพัดลมนั่นแหละครับ ลองคิดดูว่ามันถูกเอามาใช้ดูดฝุ่น ฝุ่นก็ต้องจับที่ตัวมันเองเป็นธรรมดา หากว่าจับที่ลูกปืนหรือจุดหมุนมาก ๆ ความร้อนก็มี ก็เกิดไฟไหม้ได้ครับ
ไฟไหม้จากเครื่องยนต์ทำงานผิดปกติ หรือว่าถ้าเป็นแบบไฟฟ้า ก็ไหม้แบตเตอรี่ที่ชาร์จทิ้งไว้
ความเสี่ยงอื่น นอกจากไฟไหม้แล้ว ก็จะมีตัวอย่างดังนี้ครับ
เครน – เอาไว้ยกของหนัก เช่น แม่พิมพ์ เครื่องจักร ความเสี่ยงก็คือสลิงขาด เครนพัง ตกราง
มีดบาด – เพราะว่าพนักงานจะใช้มีดในการตัดขอบชิ้นงานตรงรอยต่อ
ลมพายุ/ความเสียหายจากน้ำ – เป็นการสร้างอาคารผ้าใบนอกอาคารเพื่อวัตถุดิบหรือสินค้า หากมีลมแรง ฝนตกน้ำรั่วซึมหรือน้ำหลาก ก็เป็นอันจบกัน
ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุคงดีที่สุด จัดไปครับ การบริหารจัดการ การบำรุงรักษา จิตสำนึกความปลอดภัย ติดตั้งอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน การอบรมผู้ใช้งาน และอื่น ๆ
แต่ถ้าเกิดขึ้นมาล่ะ จะทำยังไง ก็ต้องมีความพร้อมเรื่อง ระบบดับเพลิง แผนฉุกเฉิน แผนความต่อเนื่องธุรกิจ ทรัพยากรที่ต้องการเพื่อกู้คืนธุรกิจอย่างรวดเร็ว รวมไปถึงการดูแลสิ่งแวดล้อมและพื้นที่ข้างเคียงที่อาจได้รับผลกระทบ อันนี้มองข้ามไม่ได้นะครับ ตัวอย่างมีให้เห็นมากมาย
เนื่องจากโรงงานพลาสติกจะมีความพร้อมของการเกิดไฟไหม้ค่อนข้างสูง คือพร้อมทั้งเชื้อเพลิงที่มีจำนวนมาก ติดไฟง่ายด้วย แถมความร้อนก็มีในกระบวนการผลิต หากว่าจัดการไม่ดีเพียงพอ ความเสี่ยงก็สูงเป็นธรรมดา