มีน้องเคยถามผมว่า ซ้อมหนีไฟทำไมไม่เอาแค่ 40% เหมือนดับเพลิงขั้นต้นครับพี่ ผมเลยถามกลับไปว่า แล้วความจริงถ้าจะหนีไฟ ต้องหนีกี่คน…น้องจำมาจนถึงทุกวันนี้ ไม่รู้ว่าอ่านบทความนี้อยู่มั้ย ขอเอามาเล่าหน่อยละกันนะ
“แผนฉุกเฉินเรามีหลายแผนครับ ไฟไหม้ อพยพหนีไฟ แผ่นดินไหว ตึกถล่ม บอยเลอร์ระเบิด ก่อการร้าย สารเคมีรั่วไหล …” เป็นคำตอบส่วนใหญ่ที้ได้รับเมื่อถามตอนออกสำรวจภัยว่ามีแผนฉุกเฉินอะไรบ้าง ข้อมูลจัดเต็มกันจนล้นเลยทีเดียว
ไม่ต้องคิดถึงว่ามีการเขียนแผนเยอะแยะมากมายตามเทรนด์ของโลกในช่วงเวลานั้น ๆ เอาแค่ให้เหมาะสมกับความเสี่ยงที่มีผมว่าก็น่าจะเพียงพอที่จะรับมือแล้ว เช่นบางแห่งไม่ได้อยู่ในพื้นที่เสี่ยงแผ่นดินไหว ก็ไม่จำเป็นต้องมี หรือจะเขียนก็ได้ แต่ความสำคัญคงเป็นลำดับท้าย ๆ
แลดูน่าอุ่นใจ ในยามที่บริษัทมีแผนฉุกเฉินพร้อมให้หยิบจับใช้งานได้ในยามที่ต้องการ แล้วการสำรวจภัยเราจะถามไปทำไม ในเมื่อกฎหมายก็บังคับให้มี ต้องซ้อมและนำส่งราชการด้วย
สิ่งที่เราสนใจคือ มีแผนแล้ว ซ้อม ใช้งานได้จริง และปรับปรุงอย่างต่อเนื่องหรือไม่
เอาแค่เรื่องไฟไหม้ แต่ละองค์กรก็เตรียมตัวไม่เหมือนกันแล้ว เพราะว่าเชื้อเพลิงไม่เหมือนกัน ความรุนแรงและการตอยสนองก็ไม่เหมือนกัน บางแห่งเตียมแค่ถังดับเพลิงก็เพียงพอ แต่บางแห่งต้องเตรียมถึงชุดดับเพลิงที่ต้องกันสารเคมีหรือไฟรุนแรง สิ่งที่ตามมาก็คือความพร้อมของแผน ไล่กันมาตั้งแต่เริ่มต้นตอบสนองต่อเหตุการณ์จนถึงตอนจบของเหตุการณ์
กรณีศึกษาที่น่าสนใจ ผมเคยไปสำรวจโรงงานแห่งหนึ่ง ผู้บริหารเป็นชาวต่างชาติ พอถามว่าหากเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ มีขั้นตอนรับมือยังไงบ้าง เค้าบอกคำเดียว อพยพคนให้ปลอดภัยก่อน ที่เหลือให้สถานีดับเพลิงจัดการ ไม่มีถูกผิดครับ เพราะเค้าให้ความสำคัญกับคน ซึ่งเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุด เครื่องจักร อาคาร สร้างใหม่ได้ ให้ประกันจัดการ แต่คนเค้าหามาแทนยาก นับถือใจพี่แกจริง ๆ ครับ แต่ตอนนั้นผมไปในนามวิศวกรความเสี่ยงภัยของบริษัทประกันภัย ก็เลยเสียวสันหลังนิด ๆ ลุ้นว่าอย่ามีเคลมโรงงานนี้ก็แล้วกัน ขำ ๆ ครับ
เมื่อมีแผนฉุกเฉินก็ต้องซ้อม ถี่บ่อยก็แล้วแต่วางแผนตามความเหมาะสม แต่ผมสนับสนุนให้ซ้อมกันครับ จะได้รู้จุดปรับปรุง ให้ไช้งานได้จริง
จุดสำคัญของแผนฉุกเฉิน
จะละเอียดหลายสิบหน้าก็ได้ แต่อย่าลืมสรุปเป็นแผนผังง่าย ๆ ตั้งแต่ต้นจนจบ หน้าเดียวได้เลยยิ่งดี ส่วนเสริมสำคัญรวมไม่เกิน 3 หน้ากำลังสวย มีเท่าที่จำเป็น เช่น ชื่อ เบอร์โทร ความรับผิดชอบเหตุผลคือในยามฉุกเฉิน คงไม่มีใครมานั่งเปิดนั่งอ่านกันใช่มั้ยครับ เขียนสวยงามแต่ไม่ได้ใช้ก็เท่านั้น
พิมพ์เป็นเล่มเก็บไว้ใกล้ตัวบุคคลสำคัญในแผนได้เลยยิ่งดี เพราะจะได้หยิบจับใช้งานได้ทันที การเก็บในคอมพิวเตอร์ก็ดี เก็บที่ส่วนกลางก็ดี เหมาะสมในเชิงของการควบคุมเอกสารครับ อาจจะช้าไปถ้าเกิดเหตุแล้วต้องมาพิมพ์เอกสารก่อนเป็นอันดับแรก แล้วสุดท้ายก็ตอบสนองตามความสัญชาตญาณหรือรอฟังคำสั่งจากผู้บัญชาการเหตุฉุกเฉินอย่างเดียว
คนที่เกี่ยวข้อง อุปกรณ์ ขั้นตอนการตอบสนอง ข้อมูลการติดต่อ สถานที่ และอื่น ๆ ตามความจำเป็น
ซ้อมกัน 1 วันในหนึ่งปี อีก 364 วัน คงคาดหวังยากว่าคนจะเข้าใจทั้งหมดและพร้อมตลอดเวลา ถ้าองค์กรนั้นไม่ปลูกฝังลงไปในวัฒนธรรมองค์กรจริงจัง
การทำให้ทุกอย่างเข้าใจง่าย พร้อมหยิบใช้ได้ทันที จึงยังสำคัญมากครับ ดูปุ๊บ เข้าใจปั๊บ คนก็ปลอดภัย ทรัพย์สินก็เสียหายน้อยที่สุดด้วย