Reduce Risks | Minimize Loss | Resilient Business

Search

3.3 ระบบทำความเย็น | Cooling system

ระบบสนับสนุนการทำงานส่วนใหญ่ จะมีข้อมูลในการสำรวจภัยที่คล้ายๆ กันคือ ออกแบบได้มาตรฐานมั้ย ทำงานยังไง มีเพียงพอหรือเปล่า มีสำรองหรือไม่ ถ้าหยุดไปมีแผนรับมือยังไง บำรุงรักษาได้ตามแผนหรือไม่ จุดประสงค์หลักก็มีอยู่ 2 เรื่อง คือ มีโอกาสเสียหายมากน้อยแค่ไหน และมีผลกระทบต่อธุรกิจยังไงบ้าง

ระบบทำความเย็น ผมขอแยกเป็น 2 ส่วนนะครับ คือระบบปรับอากาศให้ความเย็นใช้งานทั่วไป กับ ระบบทำความเย็นที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิต

เริ่มที่ระบบปรับอากาศหรือระบบแอร์ที่เราเรียกกันทั่วไป มีหลากหลายรูปแบบตามลักษณะการใช้งาน ระบบแอร์แยก ระบบแอร์ส่วนกลาง ระบบแอร์ปรับความเร็วลมตามการใช้งาน ระบบเครื่องทำน้ำเย็นหรือชิลเลอร์ และอื่นๆ จุดประสงค์คือจ่ายความเย็นไปใช้ตามพื้นที่ทำงาน เมืองร้อนแบบบ้านเราก็ขาดไม่ได้แน่นอน

ส่วนระบบทำความเย็นที่เกี่ยวข้องกับการผลิต ส่วนใหญ่จะเจอแบบชิลเลอร์ จุดประสงค์ก็เพื่อหล่อเย็นหรือควบคุมความเย็นในพื้นที่ที่ต้องการความเย็น

ระบบทำความเย็นจะเป็นระบบปิด มาดูองค์ประกอบระบบทำความเย็นกันหลักๆ ว่ามีอะไรบ้าง

เครื่องทำความเย็น มีหน้าที่ผลิตความเย็น ซึ่งอาจจะจ่ายเป็นอากาศเย็นหรือน้ำเย็น

ตัวกลางในการนำความเย็น ในที่นี้คือน้ำหรืออากาศ

สารทำความเย็น คือสารที่จะแลกเปลี่ยนความร้อนกับน้ำหรืออากาศทำให้อุณหภูมิเย็นลง

ท่อส่งความเย็น เป็นท่อที่ใช้ส่งตัวกลาง ประกอบด้วยท่อส่งออกและท่อรับกลับ

พัดลมกระจายความเย็น เป็นตัวส่งความเย็นไปยังพื้นที่ต่างๆ

หอทำความเย็น ส่วนใหญ่เจอในระบบชิลเลอร์ หรือ ระบบหล่อเย็นของเครื่องจักร จะลดอุณหภูมิของตัวกลางที่ไหลกลับจากพื้นที่ใช้งาน หรือ ลดอุณหภูมิตัวกลางที่แลกเปลี่ยนความร้อนมาจากระบบหล่อเย็นเครื่องจักร

แล้วความเสี่ยงคืออะไร?

ดูแบบว่าระบบจ่ายไปที่ไหนบ้าง เชื่อมโยงกันยังไง จ่ายแยกหรือจ่ายร่วม

เคยเสียหายหรือไม่ จากสาเหตุอะไร

โหลดการใช้งานมากน้อยแค่ไหน ระบบทำงานได้ตามที่ออกแบบหรือเปล่า

การบำรุงรักษา อะไหล่ ความเร็วการซ่อมแซม

มีเครื่องที่ติดตั้งเผื่อฉุกเฉิน แต่ไม่เคยสลับใช้งานเลยหรือเปล่า เพราะถ้าไม่เดินเคยใช้งานเลย อยู่ๆ เดินเครื่องอาจจะใข้งานได้ไม่เต็มที่หรือใช้ไม่ได้เลย

เครื่องไหนที่หยุดแล้วมีผลกระทบมากที่สุด มีแผนรับมือยังไง

มีอะไหล่ที่ต้องใช้เวลาสั่งนานหรือเปล่า ถ้ามีจัดการยังไงระหว่างสั่งของ หรือลดระยะเวลาสั่งซื้อ

ใช้เวลาในการซ่อมเร็วที่สุดและนานที่สุดแค่ไหน ใครซ่อม เพราะนั่นอาจหมายถึงผลกระทบที่มากขึ้นตามระยะเวลาที่หยุดไป (Impact over time)

เมื่อค้นหาความเสี่ยงและข้อมูลประกอบได้แล้ว ต้องทำยังไงต่อ?

มีอยู่ ทางครับ

1. หาทางป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหาย ส่วนใหญ่จะโยงกับเรื่องการบำรุงรักษา เป็นการลดโอกาสเกิดความเสียหาย

2. ลดความรุนแรง หากต้องเกิดเหตุขึ้นมาจริงๆ ก็จะเชื่อมโยงกับการออกแบบให้สมดุล ไม่ขึ้นกับเครื่องจักรตัวใดตัวหนึ่งมากเกินไป กับหาแผนรับมือและจัดการให้กลับมาใช้งานได้เร็วที่สุด

ส่วนรายละเอียดว่าทั้ง 2 ข้อต้องทำยังไงบ้าง ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัทแล้วล่ะครับ ว่าจะมีวิธีการยังไงให้เหมาะสมกับการทำงานและเป้าหมายของแต่ละองค์กรแล้วล่ะครับ โดยจะมีใจความสำคัญคือ ทำยังไงไม่ให้เกิดเหตุ แต่ถ้าเกิดขึ้นมาจะทำยังไง

แบ่งปันความรู้กันฟรีๆ แบบนี้แหละครับ…อัลเตอร์ริสก์

We help you reduce risks. minimize loss. continue business.