บทความนี้ผมมาเล่าเรื่องเกี่ยวกับอาชีพของวิศวกรความเสี่ยงภัย หรือว่า Risk Engineer ที่ต้องใช้ความรู้ความสามารถในการปกป้องผู้คน ทรัพย์สิน และธุรกิจ จากความเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ตามมาได้เลยครับ
วิศวกรความเสี่ยงภัย (Risk Engineer) คือวิศวกรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม โดยส่วนมากจะมีความถนัดเฉพาะด้านตามที่เรียนหรือมีประสบการณ์จากการทำงาน เช่น เครื่องกล อุตสาหการ ไฟฟ้า โยธา เคมี แล้วก็จะมีการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมเพื่อประกอบการประเมินความเสี่ยงภัย ซึ่งไม่ใช่ความรู้ด้านวิศวกรรมเพียงอย่างเดียว แต่หมายความรวมไปถึงทางด้านกฎหมาย ความปลอดภัย ประกันภัย และอื่น ๆ แล้วแต่กรณีไป
บทบาทหน้าที่ของวิศวกรความเสี่ยงภัยคือการประเมินความเสี่ยง ในด้านต่าง ๆ โดยส่วนจะสอดคล้องกับความคุ้มครองในกรมธรรม์ประกันภัย เพื่อค้นหาความเสี่ยงของธุรกิจและเสนอแนะแนวทางลดความเสี่ยงนั้น เช่น
- ความเสี่ยงของความเสียหายต่อทรัพย์สิน (Property Damage)
- ความเสี่ยงธุรกิจหยุดชะงัก (Business Interruption)
- ความเสี่ยงของความเสียหายของเครื่องจักร (Machinery Breakdown)
- ความรับผิดตามกฎหมาย (Liability)
ดังนั้น หน้าที่ของวิศวกรความเสี่ยงภัยจึงครอบคลุมการสอบถามข้อมูลจากลูกค้า สำรวจภัยในพื้นที่จริง พิจารณาความเสี่ยงภัยจากข้อมูลที่ได้รับ เสนอแนะแนวทางลดความเสี่ยง และเขียนเป็นรายงานความเสี่ยงภัยให้กับหน่วยงานพิจารณารับประกันภัย ส่วนงานที่ต้องประเมินความเสี่ยงก็แบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ได้ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มธุรกิจงานบริการ และ กลุ่มธุรกิจสายการผลิต หรือจะให้ง่ายกว่านั้นก็ทุกธุรกิจที่ทำประกันภัยนั้นแหละครับที่ต้องมีการประเมินความเสี่ยงภัย แต่ความถี่ในการเข้าไปสำรวจภัยอาจจะไม่เหมือนกันแล้วแต่เงื่อนไขที่บริษัทกำหนด
วิศวกรความเสี่ยงภัยจะทำงานภายใต้หน่วยงานของบริษัทประกันภัย, นายหน้าประกันภัย, และเป็นบริษัทรับจ้างประเมินความเสี่ยงภัย ซึ่งจะเป็นคนละบทบาทกับเรื่องของงานเคลมความเสียหายนะครับ ตรงนั้นจะเรียกว่าผู้ประเมินความเสียหาย หรือว่า Loss Adjuster ซึ่งจะมีส่วนกับเรื่องของงานเคลมหลังจากเกิดเหตุโดยตรง
งานของวิศวกรความเสี่ยงภัยจะเกิดขึ้นก่อนการรับประกันภัย เนื่องจากกรมธรรม์ประกันภัยเป็นสัญญาที่ทำกันปีต่อปี ดังนั้นจึงมีโอกาสที่จะมีการเข้าสำรวจความเสี่ยงภัยธุรกิจก่อนการรับประกันภัยบ่อยครั้ง และต้องสำรวจในหลาย ๆ ธุรกิจในแต่ละปี
การรับประกันภัย เป็นการจัดการความเสี่ยงแบบรับโอนความเสี่ยงจากลูกค้า ดังนั้นการมีข้อมูลความเสี่ยงของลูกค้าที่น่าเชื่อถือและแม่นยำมากที่สุด จะช่วยลดความเสี่ยงในการรับประกันภัย และเพิ่มขีดความสามาถในการรับกันภัยได้มากขึ้นเช่นกัน โอกาสเกิดเคลมก็น้อยลง ลูกค้าจะได้ประโยชน์จากข้อเสนอแนะที่ได้จากการสำรวจภัย เพื่อให้มีความปลอดภัยมากขึ้นเช่นกัน
กระบวนการสำรวจความเสี่ยงภัยจะเป็นการพูดคุยเพื่อสอบถามข้อมูลและลงพื้นที่หน้างานจริง เพื่อเก็บข้อมูลมาประเมินความเสี่ยง ซึ่งจะครอบคลุมทุกกระบวนการของธุรกิจ หากมองในภาพใหญ่ ก็จะได้หัวข้อเรื่องของ ข้อมูลธุรกิจ กระบวนการทำงาน การบำรุงรักษา ความปลอดภัย ระบบดับเพลิง การบริหารจัดการ ความสอดคล้องกับข้อกำหนดกฎหมาย และความเสี่ยงภัยจากภายนอก
ผมเขียนหัวข้อการสำรวจความเสี่ยงภัยไว้ ลองเข้าไปศึกษาดูได้ครับ >>> การสำรวจความเสี่ยงภัย
บทความนี้ขอจบทเพียงเท่านี้ก่อนนะครับ รู้จักพื้นฐานกันก่อนว่าวิศวกรความเสียงภัยคือใครทำอะไรบ้าง แล้วพบกันตอนต่อไปครับ
Risk Engineer The Series